จัดการบล็อกของคุณ

สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี

เคล็ดลับสุขภาพดี

19/09/2008 GMT 1

ดูแลผิวกลางแสงแดด

uldoratra @ 08:40

d938e970d4c552c1.jpgประโยชน์ของแสงแดดคือการช่วยสังเคราะห์วิตามินดี ให้แก่ผิวช่วยในการทำงานของร่างกายให้รู้จักถึงความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน และยังช่วยทำให้อารมณ์ของผู้คนสดชื่นแจ่มใส แต่ว่าขณะเดียวกัน การตากแดดมากจนเกินไปก็สามารถก่อให้เกิดโทษต่อผิวได้ นั่นคือทำให้ผิวร่วงโรยก่อนวัย และอาจก่อให้เกิดมะเร็งที่ผิวหนังได้

ผิวแทนทอง สีผิวสามารถเปลี่ยนเป็นสีแทนยามเมื่อตากแดดนานๆได้เพราะในเซลล์ผิวของเรามีเมลาโนไซต์ ซึ่งทำหน้าที่ผลิตเม็ดสีเมลานิน จุดประสงค์ของการผลิตเม็ดสีนี้ก็คือการาช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี หรือแสงแดดนั่นเอง ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือจำนวนเมลาโนไซต์ที่ตื่นตัวในการปกป้องผิวของแต่ละบุคคลก็มีลักษณะที่แตกต่างกันอีกด้วย บางคนมีเม็ดสีสีดำ (Eumelanin) มากกว่าบางคนมีสีแดง(Pheomelanin) มากกว่าเมลาโนไซต์จะเป็นตัวหลั่งส่วนผสมทั้งสองอย่างในสัดส่วนที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลยูเมลานินจะมีประสิทธิภาพที่แข็งขันกว่าหลายพันเท่าในการปกป้องผิวจากแสงแดด ในขณะที่เฟโอเมลานินจะก่อให้เกิดการผิดปกติแบบผ่าเหล่าผ่ากอได้มากกว่าเมื่อมีการผลิตออกมามากเกินไป การผลิตยูเมลานินเกิดจากยีนพันธุกรรมที่เรียกว่า MCIR และคนที่มีพันธุกรรมการเสี่ยงในการผลิตเม็ดสีที่ผิดปกตินี้ ร่างกายมักผลิตเฟโอเมลานินมากกว่าเพื่อมาช่วยในการปกป้องผิวจากแสงแดด ดังนั้นจึงเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการเป็นมะเร็งผิวหนัง

บางคนเข้าใจผิดว่าการเปลี่ยนสีผิวเป็นสีแทนได้เร็วๆเป็นสิ่งที่ดี เพราะเมลานินจะช่วยปกป้องผิว แต่แท้ที่จริงแล้วเมลานินผิวสีแทนปกป้องผิวไม่ให้ไหม้เกรียมได้ แต่ก็ไม่สามารถปกป้องการทะลุทะลวงของรังสียูวีเข้าไปในเซลล์ ผิว ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอนุมูลอิสระ ผิวยังผลิตเคราตินเพื่อป้องกันตัวเองทำให้ผิวหนาขึ้นจึงทำให้ผิวดูแห้งกร้าน ทั้งเมลานินและเคราตินช่วยสร้างภูมิต่อต้านการออกซิเดชั่น จึงเป็นเร่งอัตราการร่วงโรยของผิวก่อนวัน แม้ว่าร่างกายจะมีระบบภูมิป้องกันและกลไกการซ่อมแซมร่างกายที่แสนชาญฉลาด แต่เมื่อเซลล์ผิวโดยเฉพาะดีเอ็นเอถูกแสงแดดทำลาย เอ็นไซม์จะถูกผลิตขึ้นมาเพื่อช่วยซ่อมแซมและกำจัดเซลล์ ที่ผิดปกติออกไป แต่ถ้าตากแดดมากเกินไป จนกลไกการซ่อมแซมไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างปกติ เพราะมีเซลล์และดีเอ็นเอถูกทำลายมากจนเกินความสามารถในการซ่อมแซมและการกำจัดออกจากร่างกายจึงเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดมาะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้นการอาบแดดจึงควรอาบอย่างระมัดระวัง ในเวลาและปริมาณอย่างค่อยเป็นค่อยไป

อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ว่าผิวชนิดต่างๆตอบรับแสงแดดได้แตกต่างกันไป ผู้ที่มีผิวขาวมากๆ มีผมสีแดง และมีกระ ดวงตาสีอ่อน(แบบนางเอกลินด์ซี่ย์ โลฮาน) หากตากแดดนานๆแทนที่จะมีผิวแทน ผิวอาจไหม้เกรียมไปก่อนเป็นสีแทนเสียด้วยซ้ำ สำหรับผู้มีผิวขาวผมบลอนด์ ดวงตาสีอ่อน ผิวอาจไหม้ได้เช่นเดียวกัน หากตากแดดเป็นเวลานานๆผิวก็จะเปลี่ยนเป็นสีแทนได้เล็กน้อย ส่วนผู้ที่มีผิวขาว ผมสีน้ำตาล ตาสีอ่อน ผิวสามารถที่จะเปลี่ยนเป็นสีแทนได้บ้าง ส่วนผู้ที่มีผิวพรรณเข้ม ผมสีน้ำตาลตาสีน้ำตาล เมื่อตากแดด ผิวไม่ค่อยไหม้ แต่จะกลายเป็นสีแทนได้ ส่วนผู้ที่มีผิวเข้มมาก ผมดำ ตาดำ ผิวเจะเปลี่ยนเป็นสีแทนได้เร็วกว่าผิวชนิดอื่นๆ

หลังจากว่ายน้ำเมื่อเช็ดตัวแห้งแล้วควรทาครีมกันแดดซ้ำอีกครั้งหนึ่งทันทีและไม่ควรลืมทาบริเวณเรียวปาก มือ เนินอก ไหล่และลำคอ

การดูแลและปกป้องผิวที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวพรรณแนะนำคือการบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ เพื่อผิวจะได้แข็งแรงต่อสู้แสงแดดน้ำคลอรีน ไอและความร้อนจากทะเล ลมและบรรยากาศในที่ระดับสูงกว่าน้ำทะเลมากๆ อย่างเช่นบนภูเขา ดังนั้นการดูแลผิวด้วยการบำรุงฟื้นฟูและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวตลอดเวลาจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในขณะเดียวกัน ควรดูแลรักษาผิวหน้าและผิวกายเป็นระยะๆ ประมาณสัปดาห์ละครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ขัดผิวที่มีประสิทธิภาพแต่มีความนุ่นนวลอ่อนโยนต่อผิว เพื่อให้ช่วยการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอก ไม่อุดตันที่รูขุมขนทำให้ผิวสามารถซึมซับครีมบำรุงได้ดีกว่า ผิวจึงได้รับความชุ่มชื้นอย่างเต็มที่ ไนขณะเดียวกันการพักผ่อนอย่างเพียงพอและโภชนาการที่สมดุล พร้อมการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ อย่างน้อยหนึ่งลิตรครึ่งต่อวัน ควรดื่มแต่บ่อยครั้งในแต่ละวัน และหากเลือกดื่มพวกน้ำแร่ที่มีส่วนผสมของแคลเซียมและแมกนีเซียมก็จะช่วยให้ผิวนุ่นเนียนมากขึ้นโปแทสเซียมไห้ความชุ่มชื่น ในขณะที่แร่ธาตุอย่างสังกะสี (15-20 มก. ต่อวัน) ซึ่งช่วยให้ฮอร์โมนทำงานได้อย่างเป็นปกติและเซเลเนียม(60-80 มก. ต่อวัน) เมื่อทำงานร่วมกับวิตามิน เอ ซี และอี จะช่วยเสริมคุณสมบัติความเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนต์ให้แก่ผิว

Expert Tips

dc0bddff01c2b811.jpg

การทาครีมปกป้องผิวจากแสงแดด ต้องใช้ครีมจำนวน 2 มิลลิกรัมต่อพื้นผิว 1 ตารางเซนติเมตร คำนวณอย่างคร่าวๆเราต้องใช้ครีมจำนวน 30 กรัม หรือประมาณหนึ่งออนซ์จึงจะทำได้ทั่วเรือนร่าง หากทาน้อยกว่านี้ ผลของการปกป้องผิวจากแสงแดดตามจำนวนเอสพีเอฟที่บ่งบอกก็จะลดไปตามส่วนเช่น ครีมปกป้องผิวเอสพีเอฟ 25 อาจทำหน้าที่ได้แค่เอสพีเอๆ 10 หากทาน้อยเกินไปเพื่อประสิทธิภาพ

ควรทาครีมอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนออกแดดเพื่อให้ครีมเริ่มทำงาน และควรทาซ้ำทุกๆสองชั่วโมงเพื่อประสิทธิภาพ

คำนึงเสมอว่าแม้จะทาครีมกันแดดก็ไม่สมควรที่จะท้าทายแสงแดด และไม่ควรตากแดดนานเกิน 30 นาทีในวันแรกๆของการพักร้อนและควรสวมหมวกปีกกว้างหรือแว่นกันแดดด้วย

หลีกเลี่ยงการตากแดดในช่วงที่ร้อนที่สุดของวันคือ 11.00-15.00 น.

หลังจากว่ายน้ำเมื่อเช็ดตัวแห้งแล้ว ควรทำครีมซ้ำอีกครั้งหนึ่งทันที และไม่ควรลืมทกบริเวณเรียวปาก มือ เนินอก ไหล่ และลำคอ และควรใช้ครีมกันแดดที่ผลิตมาเป็นพิเศษสำหรับผิวอันบอบบางบริเวณรองดวงตา

การเลือกเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์หแห้องผิวและจำนวนเอสพีเอๆนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของผิวและกิจกรรมกลางแจ้ง ในการเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมีทั้งชนิดครีม น้ำมัน โลชั่นหรือแบบแท่งนั้นชนิดน้ำมันเหมาะกับการกันน้ำ แบบโลชั่นชนิดปั๊มสะดวกและใช้ง่ายเหมาะกันบริเวณที่บอบบางต้องการการปกป้องสูงๆ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลำคอ รอบดวงตา ส่วนแบบแท่งให้การปกป้องผิวได้นานกว่าเพราะมีความเข้มข้นสูง การเลือกจำนวนเอสพีเอฟนั้น ในวันแรกๆควรเลือกให้สูงไว้ก่อน และกำหนดเวลาการออกแดดไม่เกิน 30 นาที ในสองสามวันต่อมาเมื่อผิวเริ่มเป็นสีแทนแล้วค่อยๆลดเอสพีเอฟลงมาเหลือประมาณ 20 หรือ 15 แล้วค่อยๆเพิ่มการออกแดดวันละ 10 นาที

ปริมาณเอสพีเอฟนั้นมีให้เลือกตั้งแต่ 2 จนถึง 100 แต่มิได้หมายความว่าเอสพีเอฟ 50 จะช่วยปกป้องผิวได้เป็นสองเท่าของเอสพีเอฟ 25 ความจริงแล้วก็คือครีมเอสพีเอฟ 2 สามารถปกป้องผิวจากแสงยูวีบีได้ 50 % เอสพีเอฟ 20 สามารถปกป้องแสงยูวีงบีได้ 95 % ในขณะที่เอสพีเอฟ 50 สามารถปกป้องผิวได้ 97 % เอสพีเอฟ 75 สามารถปกป้องผิวได้ประมาณ 98 %ผลิตภัณฑ์บางยี่ห้ออาจใช้ดาวเป็นสัญลักษณ์ตั้งแต่หนึ่งดาวไปจนถึงสี่ดาว

สำหรับสารกรองแดดที่ใช้ในครีมกันแดดจะมีอยู่สองลักษณะก็คือ สารกรองแดดชนิดเคมีซึ่งจะเป็นส่วนผสมที่เป็นสารสังเคราะห์อาจสมารถซึมซับเข้าสู่ผิวได้ หากมีผิวบอบบางควรหลีกเลี่ยงสารกรองแดดชนิดนี้ สารกรองแดดชนิดที่สอง คือแร่ธาตุที่ช่วยสะท้อนแสงยูวีออกไปเช่นสังกะสี ไมก้า ทัลคัม ซึ่งเหมาะที่จะใช้ปกป้องผิวจากแสงยูวีเอและยูวีบี

ครีมช่วยเปลี่ยนสีผิวให้เป็นสีแทน(Self Tanning)เป็นครีมที่มีส่วนผสมของกรดอะมิโน ดีเอชเอ (DHA dihydroxyacetone) ชนิดเดียวกับที่มีอยู่ในผิวหนัง ซึ่งผิวแต่ละชนิดจะตอบรับกับครีมเปลี่ยนสีผิวนี้ต่างกันไป ผิวของบางคนที่ตอบรับกับครีมนี้ได้อย่างดีก็จะเปลี่ยนเป็นสีแทนอย่างดูเป็นธรรมชาติ แต่บางคนก็อาจจะไม่ดูเป็นธรรมชาติอย่างไรก็ตาม ข้อควรคำนึงก็คือครีมเปลี่ยนสีผิวนี้จะไม่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด แม้ว่าบางชนิดจะมีส่วนผสมของสารปกป้องผิวแต่มีในปริมาณน้อยเกินไปที่จะช่วยปกป้องผิวได้ ข้อควรระวังก็คือควรทาครีมเปลี่ยนสีผิวก่อนไปพักร้อนสักสองสามวัน และทาให้ทั่วถึงอย่างสม่ำเสมอ และควรล้างมือทันทีหลังการทาไม่อย่างนั้นฝ่ามืออาจจะกลายเป็นสีส้มได้

bdc01efb21c98a5.jpg

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น »

ส่งความคิดเห็น


<a href> <em> <blockquote> <strong> <cite> <code> <ul> <li> <dl> <dt> <dd>

กรุ | สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี